ความเชื่อโบราณเรื่องดาวตก

เห็นดาวตกแล้วต้องอธิษฐานขอพร  เป็นความเชื่อโบราณที่เล่าต่อกันมาหากทำการอธิษฐานแล้วจะสมหวังหากขอพรจากดาวตก  แต่เราเห็นเพียงแว๊บเดียวเท่านั้น  ก็หายไปแล้ว 

ดาวตกบนท้องฟ้านั้นในแต่ละวันมีจำนวนมากมีตกทั้งกลางวันและกลางคืน  แต่ว่ากลางคืนมืดเราจึงมักเห็นตอนกลางคืนได้อย่างชัดเจน  ในชั้นบรรยากาศที่เราอยู่ในโลกและบริเวณโลกทั้งหมดนั้นเหนือนอกโลกขึ้นไปมีฝุ่นละอองต่างๆมากมาย  รวมถึงวัตถุที่มีขนาดใหญ่ลอยอยู่บนอากาศเรียกว่าสะเก็ดดาวบ้าง  เศษซาดดาวบ้าง  มีหลายขนาดที่ลอยอยู่นอกอวกาศ  ซึ่งเกิดจากการระเบิดจากดาวหรือว่าการหลุดของดาวเคราะห์ต่างๆ  ที่หลุดลอยออกมา  แล้วเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกและจะถูกแรงเสียดทานที่เกิดขึ้น  ซึ่งจะเริ่มเห็นชัดเจนประมาณ 76 – 100 กิโลเมตร  เป็นระยะที่เราสามารถมองเห็นได้  แล้วจะสลายไปในระยะความสูง 50 – 90 กิโลเมตรการเคลื่อนที่มีความเร็วขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุจะมีอัตราความเร็ว 42 กิโลเมตรต่อวินาทีเมื่อเข้าใกล้โลก  และเมื่อเข้าสู่บรรยากาศมีความเร็ว 71 – 100 กิโลเมตรต่อวินาทีเลยก็มี

 Meteor

วัตถุดังกล่าวหากมีขนาดใหญ่จะสลายไปชั้นบรรยากาศโลกแต่มีบางครั้งที่ใหญ่จนสามารถเข้าสู่พื้นโลกได้เรียกว่า  “อุกกาบาต”  เมื่อตกลงจะเป็นหลุดที่มีขนาดใหญ่เรียกว่าหลุมอุกกาบาต  บางที่สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์ที่อยู่ใกล้เคียงล่าสุดมีอุกกาบาตตกที่รัสเซียมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1500 คนมีการระบุว่าขนาดของวัตถุนั้น 11,000 ตัน  มีขนาด 17 -20 เมตรเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นชิ้นกระจายไปทั่วบริเวณ

ดาวตกที่ทำให้เกิดแสงต่างๆนั้น  เกิดจากการเสียดสีในชั้นบรรยากาศโลกและแร่ธาตุที่อยู่ในวัตถุนั้นโดยตัวอย่างเช่น

  • สีเลืองส้ม เป็นโซเดียม
  • สีเหลือง เป็นเหล็ก
  • สีม่วง เป็นแคลเซียม
  • สีเขียว เป็นแมกนีเซียม
  • สีแดง เป็นไนโตรเจน อากาศและก๊าซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!